Google Trends ข้อมูลบนโลกออนไลน์ตอบอะไรบนโลกออฟไลน์ได้บ้าง

วันก่อนได้มีโอกาสนั่งฟังคุณบี๋ อริยะ พนมยงค์ Country Head of Google Thailand พูดในงาน CEO forum ของเครือ Central Group ซึ่ง Google Trends เป็นหนึ่งในสไลด์ที่น่าสนใจที่ผมอยากนำมาแชร์ต่อในบทความนี้ โดยเฉพาะเรื่องของเทรนด์บนโลกออนไลน์ที่มีความสัมพันธ์สอดคล้องโดยตรงกับเทรนด์ในโลกออฟไลน์ Case study ที่ทาง Google นำมายกตัวอย่างน่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้จักและคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ซึ่งก็คือ The voice Thailand season 3 มาดูกันครับว่าความน่าสนใจอยู่ที่ตรงไหน

Google trends 1

กราฟด้านบนเป็นการแสดงจำนวนการค้นหาใน Youtube ที่เกี่ยวกับผู้เข้าแข่งขันในรอบตัดสินของ The voice Thailand season 3 ซึ่งก็คือ หนุ่ม(เส้นสีฟ้า) อิมเมจ(เส้นสีส้ม) บิว(เส้นสีแดง) และ บอม(เส้นสีเขียว) กราฟนี้พอวิเคราะห์ดูแล้วก็ต้องประหลาดใจครับ เพราะหากใครที่ติดตามรายการนี้ก็น่าจะพอดูออกว่าเทรนด์มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ คือในช่วงแรก บิวและอิมเมจ มาแรงมาก จนกระทั่งช่วงวันที่ 7 ธันวาคม เส้นกราฟของ บอมและหนุ่มเพิ่มขึ้นอย่ารวดเร็ว ซึ่งเป็นช่วงที่ทั้งสองคนนี้มีการพัฒนาทั้งเรื่องการร้องและการแสดงได้ดี โดยเฉพาะของหนุ่ม (เส้นสีฟ้า) ซึ่งเป็นการโตแบบก้าวกระโดดมากหลังจากวันที่ 7 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่เขาร้องเพลง “หลงตัวเอง” ของอนันต์ บุญนาค และทำให้เขาได้รับความสนใจอย่างสูง คราวนี้มาดูกราฟถัดไปซึ่งจะทำให้ต้องประหลาดใจกว่าเดิม

Google trends 2

กราฟนี้แสดงให้เห็นค่า Search Interesting Value ซึ่งคำนวณจากระบบของ Google Trends เห็นได้ว่าในวันที่ 13 ธันวาคม ก่อนการแข่งในรอบ final 1 วัน ผลที่ออกมานั้นตรงกับผลโหวตและอันดับการแข่งขันในวันจริง! ซึ่งหนุ่มได้อันดับที่ 1 อิมเมจได้อันดับที่ 2 บิวได้อันดับที่ 3 และบอมได้อันดับที่ 4 (ข้อมูลอันดับการค้นหาระหว่างวันที่ 7-13 ธค. ส่วนใหญ่ก็มีลำดับตรงกับผลการแข่งขันเช่นกัน ข้อมูลวันที่ 14 ธค ผมไม่นำมาใช้นะครับ เพราะถือว่าหลังการแสดงจะมีผลการค้นหาเพิ่มเติมแต่ไม่มีผลกับอันดับแล้ว) สังเกตุเพิ่มเติมในส่วนกราฟแท่งด้านซ้ายมือนะครับ ส่วนนี้เป็นการแสดงค่าเฉลี่ยทั้งหมดในช่วงเวลาที่ดูกราฟ(ดูที่ความสูงของกราฟแท่งนะครับ แท่งไหนสูงแสดงว่ามีค่าเฉลี่ยสูง) ซึ่งค่าเฉลี่ยที่ได้ก็มีอันดับตรงกับผลการการแข่งขันในรอบชิงเช่นกัน

น่าสนใจใช่ไหมครับ อย่างที่บอกครับข้อมูลต่างๆ บนโลกออนไลน์นั้นไม่ได้ใช้แค่วิเคราะห์เทรนด์หรือแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์เท่านั้น เพราะเราสามารถใช้คาดการณ์แนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นบนโลกออฟไลน์ได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะธุรกิจ ecommerce ที่เป็นโมเดลแบบ Brick & Click คือมีทั้งหน้าร้าน และเว็บไซต์ขายของ การวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันจากทั้งออฟไลน์และออนไลน์จะทำให้เข้าใจพฤติกรรมของลูกค้ามากขึ้น เพราะ sales conversion ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็น online to offline conversion หรือ offline to online conversion ก็ได้ เห็นด้วยไหมครับ🙂

ใครยังไม่เคยใช้ Google Trends ปีนี้ลองใช้เครื่องมือนี้กันดูนะครับ ว่าผลลัพท์ที่ได้จะตรงกับผลโหวตเหมือนปีที่แล้วหรือเปล่า
Happy Analytics!🙂

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s