การทำ SEO สำหรับเว็บไซต์ E-commerce

Guide-to-Ecommerce-SEO

โดยหลักการแล้ว การทำ SEO สำหรับเว็บไซต์แต่ละประเภทนั้นไม่ได้แตกต่างกันมากนัก จะมีเพียงรายละเอียดบางอย่างที่พอทำจริงแล้วอาจจะแตกต่างกันอยู่บ้าง บทความนี้เป็นการสรุปขั้นตอนการทำ SEO สำหรับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเพื่อไว้ใช้เป็นแนวทางและปรับใช้กันครับ

แต่ก่อนจะเข้าขั้นตอนการทำ SEO อยากให้ทำความเข้าใจถึงเหตุผลหลักๆ ที่เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซให้ความสำคัญกับการทำ SEO กันก่อน โดยขอสรุปเป็นประเด็นสำคัญดังนี้

  1. Traffic ที่มาจากการค้นหาผ่าน Search Engine นั้นส่วนใหญ่มี “Need” อะไรบางอย่างอยู่แล้ว เช่น อยากรู้ อยากไป อยากกิน และที่สำคัญคือ “อยากซื้อ” ดังนั้นทราฟฟิคจาก Organic Search จึงเป็น ทราฟฟิคที่ค่อนข้างจะมีคุณภาพพอสมควร
  2. ถ้าไม่นับทราฟฟิคที่มาจากการใช้เงินซื้อโฆษณาแล้ว Organic Traffic มักจะช่องทางที่สร้างทราฟฟิคเป็นอันดับหนึ่งและมีสัดส่วนมากกว่า 30-40% เสมอ เอาเข้าจริงแล้วทราฟฟิคที่มาจาก Search Engine ก็ควรจะเป็นแชนแนลที่มีทราฟฟิคสูงที่สุดแม้ว่าจะมีการใช้เงินซื้อโฆษณาก็ตาม เพราะถ้าอาศัยทราฟฟิคจาก Paid Search อย่างเดียวเพื่อสร้างยอดขายแล้ว หากไม่มีบัดเจ็ทโฆษณาทุกอย่างก็คงจะลำบากมากขึ้น
  3. จากรีเสิร์ซต่างประเทศ สัดส่วนยอดขายหลักของอีคอมเมิร์ซเว็บไซต์มักจะมาจากแชนแนล Organic Search เสมอ ข้อนี้สัมพันธ์โดยตรงกับข้อ 1 และ 2 ส่วนเว็บไซต์ e-commerce ในประเทศไทยค่าที่เห็นก็เป็นไปในลักษณะเดียวกับรีเสิร์ซเช่นกัน

6 ขั้นตอนการทำ SEO สำหรับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

  1. Keyword Research : การค้นหาคีย์เวิร์ดเป้าหมายถือเป็นเรื่องสำคัญมากของการทำ SEO โดยเฉพาะกับอีคอมเมิร์ซ เนื่องจากคีย์เวิร์ดเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับงานในส่วนอื่นๆ นั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ URL, Title และ Description อ่านเพิ่มเติม การวิเคราะห์ keyword สำคัญอย่างไร
    แนะนำให้ใช้ Google Keyword Planner ใน Adwords เพราะเป็น Free tool สำหรับการเริ่มต้นวิเคราะห์ค้นหา keyword โดยที่ปัจจัยในการเลือก Keyword ที่จะนำมาทำ SEO นั้นแนะนำให้ดู 4 เมทริคสำคัญดังนี้

    • Search Volume : แน่นอนว่าการได้คำที่มีปริมาณการค้นหามากย่อมมีโอกาสจะได้ทราฟฟิคที่มากกว่า
    • Keyword-Product Fit : คีย์เวิร์ดนั้นจะต้องสัมพันธ์กับสิ่งที่เรามีขายจริงๆ ในเว็บไซต์ด้วย
    • Commercial Intent : ส่วนนี้ดูที่เมทริค Competition ใน Google Keyword Planner ซึ่งจะมี 3 ค่าด้วยกันคือ High Medium Low แนะนำให้ดูที่ High ก่อน นั่นเป็นเพราะว่าเป็น keyword ที่มีการแข่งขันสูง ซึ่งหมายความว่าเป็น keyword ที่น่าจะสร้างรายได้ให้กับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซจีงมีการแข่งขันสูงในการซื้อ keyword นี้
    • Difficulty : ความยากง่ายในการทำ SEO ของแต่ละ keyword  แนะนำให้อ่านบทความนี้ เลือก keyword ในการทำ SEO อย่างไรให้ติดอันดับใน Search result ได้ง่าย
  2. E-commerce Website Structure : ส่วนนี้จะเรียก sitemap ก็ได้ ซึ่งก็คือโครงสร้างของหน้าต่างๆ นั้นเอง โดยสรุปมีประเด็นสำคัญสองเรื่องนั่นก็คือ
    • Simple & Scalable คือโครงสร้างง่ายไม่ซับซ้อนและขยายได้ง่ายกรณีมีสินค้าเพิ่มขึ้น ที่สำคัญคือต้องเข้าใจง่ายสำหรับคนที่เข้ามาค้นหาสินค้าด้วย
    • ทุกๆ หน้าสินค้าต้องเข้าถึงได้ด้วย 3 คลิ้กจากหน้า Home ถ้ามากกว่านี้ก็ซับซ้อนเกินไปแล้ว
  3. On page SEO : เมื่อ keyword และ เว็บไซต์พร้อมแล้วก็เริ่มต้นทำ SEO บนเว็บไซต์ได้แล้ว แนะนำให้อ่านบทความ การทำ SEO on-page ให้เวิร์ค
  4. Technical SEO : ส่วนนี้เป็นอีกส่วนที่สำคัญมาก แต่ค่อนข้างจะเป็นเรื่องยากพอสมควรสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นไม่นาน ถ้าต้องการความสะดวกรวดเร็ว แนะนำ Tools สำหรับช่วยในการ audit ตัวอย่างเช่น Raven Tools, Ahrefs, SEMrush เป็นต้น ซึ่งจะต้องมีการศึกษาในรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ขอสรุปพอเป็นตัวอย่างเมทริคหลักๆ ที่ต้องดูดังนี้
    • Duplicated Title
    • Duplicated Description
    • Thin & duplicated content
    • Site speed
    • Broken links
    • Missing Alt text in images
  5. Content Marketing for E-commerce site : แน่นอนว่าการทำ Content ขายของอย่างเดียวดูจะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อสำหรับกลุ่มเป้าหมาย e-commerce ส่วนใหญ่ตอนนี้จึงเน้นการทำ Content Marketing ด้วยในการที่จะช่วยเพิ่ม traffic เข้าสู่เว็บไซต์และนำไปสู่การตัดสินใจซื้อสินค้าได้เช่นกัน เช่นถ้าหากเป็นเว็บไซต์ขายเครื่องสำอางค์ ก็อาจจะเพิ่มเนื้อหาบทความประเภท Howto เข้าไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเฉดสีให้เหมาะ หรือวิธีการแต่งหน้า เป็นต้น ส่วนเทคนิคการกำหนดหัวข้อที่จะเขียน content นั้น แนะนำสั้นๆ ว่าลองเข้าไปตามเพจ กรุ๊ป หรือเว็บบอร์ดที่เป็นชุมชนซึ่งกลุ่มเป้าหมายของเราอยู่เพื่อไปหา insight ต่างๆ ออกมาเพื่อมาเขียนอีกที
  6. Links Building : แน่นอนว่า Backlink ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยของการจัดอันดับ Ranking บนผลการค้นหา SERPs การมีลิงค์กลับมาที่เว็บไซต์หรือหน้าสินค้าจึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ แต่ก็เป็นเรื่องที่สร้างได้ยากที่สุดเช่นกัน (ไม่นับวิธีการซื้อ Backlink) ประเด็นสำคัญที่เว็บไซต์อื่นๆ จะสร้างลิงค์กลับมาที่เว็บของเรานั้นก็คือเนื้อหาหรือสินค้าของเราต้องมีประโยชน์และดีพอจริงๆ การเริ่มต้นสร้าง Backlink อย่างง่ายที่สุด ก็อาจจะเริ่มด้วย Owned asset ก่อน เช่นการทำ Video content บน Youtube ที่มีลิงค์กลับมาที่เว็บไซต์ การสร้าง Social channels ต่างๆ รวมถึงการสร้างเว็บ Blogs ขึ้นมาเอง เป็นต้น อ่านเพิ่มเติม Backlinks คืออะไร สำคัญอย่างไรในการทำ SEO

น่าจะได้ไอเดียไปประยุกต์ใช้งานกันนะครับ สุดท้ายฝากเรื่องที่อยากแนะนำให้ดูเพิ่มเติม คือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับ User โดยตรงได้แก่ค่า CTR,  Bounce rate และ Dwell time ค่าพวกนี้เป็นอีกกลุ่มปัจจัยที่มีผลต่อการจัด ranking ด้วยเช่นเดียวกัน คอยตรวจสอบและปรับปรุงให้ดีขึ้นเสมอนะครับ

Happy Optimization !
ติดตามอ่านบทความและพูดคุยกัน แอดเฟรนด์ Line@ : @pornthep
เพิ่มเพื่อน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s