5 เมทริคที่ไม่รู้ไม่ได้ เพิ่มยอดขาย e-commerce

success-metrics-eCommerce

บทความนี้เป็นการกลับมาเขียนอีกครั้งในรอบเกือบหนึ่งเดือน ต้องบอกว่าที่หายไปนั้นมีเหตุจำเป็นหลายเรื่องมากๆ ทั้งภาระส่วนตัว และการปรับเปลี่ยนเรื่องสำคัญหลายอย่างในชีวิต โดยเฉพาะการได้รับโอกาสด้านหน้าที่การงานใหม่(ในที่เก่า)

หลายท่านที่ติดตามใกล้ชิดหรือรู้จักเป็นการส่วนตัวอาจจะพอรู้ว่าผมเองเคยทำงานอยู่ที่บริษัท OfficeMate มาค่อนข้างยาวนานก่อนที่จะออกมาทำอยู่ที่ In-house Agency ภายใน Central Group เมื่อประมาณสามปีก่อน

การกลับอยู่ในฝั่งแบรนด์ครั้งนี้ ซึ่งไม่ใช่การเข้าไปร่วมงานในฐานะเอเจนซี่เหมือนสามสี่ปีที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ต้องปรับตัวอีกครั้ง เพราะถ้าพูดถึงเรื่อง Sense of Ownership แล้วนี่ต่างกันเยอะมาก การกลับมาอยู่ที่ OfficeMate ในครั้งนี้ ส่วนตัวจึงไม่ได้คิดว่าเป็นการกลับไป “อยู่บ้าน” แต่เป็นการกลับไป “สร้างบ้าน” ให้ใหญ่ขึ้นตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาโดยเฉพาะกับงานฝั่ง e-Commerce ดังนั้นบทความนี้จึงถือเป็นการเริ่มต้นไปพร้อมกับบทบาทภาระหน้าที่ใหม่ และจากนี้ก็อาจจะมีบทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ e-Commerce แทรกสลับไปมากับ Google Analytics บ้าง ก็อย่าเพิ่งหนีกันไปไหนนะครับ

อย่างแรกที่จำเป็นต้องอธิบายกันให้ชัดเจนกันก่อนคือ เมทริคที่ผมจะพูดถึงในบทความนี้นั้น ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสูตรสำเร็จชนิดว่าจะทำให้ประสบความสำเร็จในการทำ e-Commerce เว็บไซต์แบบทันทีทันใดนะครับ นั่นเพราะว่ายังมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบจัดส่งสินค้า ระบบชำระเงิน รวมถึงการให้บริการอื่นๆ ที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าด้วย ซึ่งปัจจัยที่ว่ามานี้ ที่จริงแล้วก็มักจะส่งผลย้อนกลับไปที่เมทริคบางตัวโดยตรงอย่างเช่น Repeat Customer Rate (RCR) หรืออัตราการซื้อซ้ำ เพราะหากว่าถ้าลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีในการซื้อสินค้าในครั้งแรกแล้วก็คงจะไม่มีทางกลับมาซื้ออีก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องให้ความสำคัญกับเมทริคที่กำลังจะกล่าวถึงต่อไปนี้ เพราะเมทริคเหล่านี้แหละครับมักจะช่วยชี้ช่องให้มองเห็นถึงปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของเรายังไม่ประสบความสำเร็จ
Continue reading

หาคนรับทำ SEO ราคาถูกไปทำไม ทำเองไม่ดีกว่าหรือ

ธุรกิจรับทำ SEO นั้นเป็นธุรกิจที่มีคนทำกันเยอะมาก และมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง เอาง่ายๆ เลยคือถ้าเราลองค้นหาคำว่า “รับทำ SEO” ใน Google Search ก็จะพบว่าหน้าแรกของผลการค้นหานั้นเต็มไปด้วยโฆษณารับทำ SEO และส่วนใหญ่ก็มักจะเอา “ราคาถูก” มาเป็นจุดขายกัน

คำถามคือ SEO ราคาถูกทำได้จริงหรือ?

ผมขอตอบเป็นว่าของ “ถูกและดีไม่มีในโลก” และก็มักจะไม่ใช่ส่ิงที่มีในธุรกิจทั่วไปอยู่แล้ว แน่นอนว่าการทำ SEO หลักๆ แล้วจะใช้ต้นทุน “ความรู้” ที่สั่งสมมาเท่านั้น (ซึ่งอาจจะมีค่าใช้จ่ายในเรื่องของหนังสือและเวลาที่ใช้เรียนรู้มาก่อนหน้า) ดังนั้นการรับทำ SEO ราคาถูกนั้น ถ้าจะบอกว่าทำได้มันก็ทำได้นั่นแหละครับ แต่จะดีจริงหรือไม่นั้นก็ขึ้นกับต้นทุนความรู้ที่ผู้รับจ้างทำ SEO มี ว่ามากน้อยแค่ไหน ที่สำคัญเลยคือจะมีความใส่ใจจริงๆ หรือไม่เมื่อเทียบกับค่าตอบแทน(ราคาถูก)ที่จะขอรับ เรื่องนี้ก็คงต้องฝากพิจารณา

SEO ก็ไม่ได้ยากขนาดว่าเรียนรู้ไม่ได้ ทำไมไม่ทดลองเรียนรู้และลงมือทำเอง

ทุกวันนี้มีหนังสือ เฟซบุ๊คเพจ และเว็บไซต์ที่ให้ความรู้เรื่อง SEO มากมาย ถ้าให้ยกตัวอย่างเว็บที่กลุ่มคนทำ SEO ส่วนใหญ่ติดตามนั้นก็ตามลิสต์ด้านล่างนี้ แนะนำให้ค่อยๆ อ่านตั้งแต่พื้นฐานไปเรื่อยๆ อาจจะใช้เวลาสักนิดแต่รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน เพราะสุดท้ายถึงคุณจะไม่ลงมือทำ SEO เอง อย่างน้อยคุณก็ยังสามารถคุยกับคนที่คุณว่าจ้างได้รู้เรื่องมากขึ้น

ส่วนตัวผมเองมีหลายครั้งที่มีคนติดต่อว่าจ้างให้ไปทำ SEO แต่ส่วนใหญ่แล้วผมก็มักจะปฏิเสธหมด ซึ่งหากใครที่ติดตามอ่านบทความเกี่ยวกับ SEO ที่ผมเขียนอยู่บ้างนั้น จะทราบดีว่าผมมักจะพูดว่า ไม่มีใครสามารถรับประกันอันดับบนหน้าผลการค้นหาของ Google ได้จริงๆ (ไม่เชื่อก็ลองว่าจ้างคนทำ SEO สัก 5 รายให้แข่งกันทำ Keyword คำเดียวกันสิครับ มันก็จะมีแค่รายเดียวที่จะทำได้ที่อันดับแรก) แต่ถ้าเป็นการทำ SEO ที่เน้นการเพิ่มขึ้นของ Organic traffic โดยภาพรวมก็อีกเรื่องหนึ่ง

เคสที่เคยเจอกับบริษัทในกลุ่มที่ว่าจ้างบริษัทรับทำ SEO มาทำให้นั้น พบว่าเป็นการทำที่ผิดอย่างรับไม่ได้เลยก็คือการสร้าง Backlink จาก Blog หลายๆ Blog ที่คุณภาพต่ำมาก บางเว็บเรียกได้ว่าเป็นเรื่องสั้นแนวอีโรติกกันเลยทีเดียวล่ะ ถ้าใครตรวจสอบไม่เป็นก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าที่จ้างไปนั้นเขาทำอะไรบ้าง ทำถูกหรือไม่ถูก หรือถ้าคิดว่าติดหน้าแรกก็พอใจแล้วจะใช้วิธีใดก็ไม่ซีเรียส อันนี้ก็แล้วแต่จะคิดพิจารณากันเอง Continue reading

เพิ่ม User Metric ในรีพอร์ท อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่มาแบบเงียบๆ แต่ดีมาก

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่โผล่มาแบบค่อนข้างจะเงียบ และหลายคนอาจจะไม่ได้สังเกตเห็นรวมถึงไม่ได้มีการใช้งานกันคือ ‘Enable User Metric in Reporting‘ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่เปิดให้ใช้งานได้โดยการเข้าไปเซ็ตอัพในส่วนของ Property Setting ในระบบ Admin

การเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้จะทำให้หลายๆ รีพอร์ทใน Google Analytics โดยเฉพาะรีพอร์ทที่ใช้ default metric จะนำเมทริค ‘Users‘ เข้ามาแทนที่ ‘%new session‘ และมีการจัดเรียงลำดับของชุดเมทริคในกลุ่ม Acquisition นี้ใหม่ดังภาพด้านล่างนี้ คือ Users / New Users / Sessions ซึ่งต้องบอกเลยว่าดีมากเพราะจะทำให้เราเห็นภาพความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันของ Users และ Sessions ได้ดีกว่าแต่ก่อนมาก เนื่องจากก่อนหน้าที่จะมีฟีเจอร์นี้ให้ใช้งาน ชุดของ default เมทริคจะแสดงเป็น Session / % New Sessions / New Users ซึ่งทำให้เวลาที่ต้องการหาจำนวน Users จริงๆ ก็ต้องไปเสียเวลาสร้าง Custom Report อีกที อีกอย่างคือสำหรับผมแล้ว % New Sessions นั้นถือว่าไม่ค่อยมีความจำเป็นเท่าไร และ % New Sessions ที่แสดงนั้นก็เป็น % ที่เทียบกับ Sessions ไม่ใช่ Users จึงค่อนข้างจะสร้างความสับสนอย่างมากมานำมาเปรียบเทียบกับ New Users Continue reading

Structured Snippets แตกต่างจาก Callout Extensions อย่างไร

คนที่ซื้อโฆษณา Google Adwords ในรูปแบบของ Search คงจะคุ้นเคยกับการใช้งาน Extensions ต่างๆ กันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ Sitelink  Extension, Call Extension รวมไปถึง Extension ยอดนิยมอีกแบบหนึ่งคือ Callout Extension

ล่าสุด Google Adwords มี Extension ตัวใหม่ออกมาให้ใช้งานกันสักพักใหญ่แล้วก็คือ Structured Snippets แต่อาจจะยังเห็นใช้งานกันไม่มากนัก เอาจริงผมเองก็ยอมรับว่ายังไม่รู้สึกตื่นเต้นกับ Extensions ใหม่นี้เท่าใดนัก และแทบไม่คิดจะใช้งานเลยด้วย สาเหตุก็เพราะ Structured Snippets นั้นมีความคล้ายกับ Callout Extensions มากจนเกือบจะไม่แตกต่างกัน และเรื่องนี้ก็กลายเป็นคำถามเมื่อผมได้มีโอกาสคุยกับทีม Google ที่ดูแลเอเจนซี่ที่ผมทำงานอยู่ สรุปใจความที่คุยกันอย่างสั้นๆ ก็คือ Google แนะนำให้ใช้ Structured Snippets ด้วยเหตุผลว่าจากข้อมูลที่มีพบว่าเมื่อใช้งาน Structured Snippets แล้ว CTR มักจะดีขึ้น CPC จะถูกลง และ Adrank จะสูงขึ้นด้วย ซึ่งโดยหลักการคือควรเป็นอย่างนั้น แต่เรื่องนี้ผมเองยังตอบไม่ได้ว่าจะได้ผลตามนี้จริงมากน้อยแค่ไหน (ทุกอย่างมีข้อยกเว้นเสมอ) Continue reading

Estimated Ad Recall Lift อีกหนึ่งเฟซบุ๊คเมทริคที่จะใช้วัดผล Brand Campaign ได้ดีกว่าเดิม

facebook-ad-recall-lift

คนที่ซื้อโฆษณาเฟซบุ๊คโดยเน้นไปที่เรื่องของ Brand Awareness นั้น โดยทั่วไปมักจะพูดถึงตัววัดผลอย่าง Reach, Impression และ Frequency กันเป็นส่วนใหญ่ แต่อาจจะมีไม่มากนักที่จะรู้ว่าเฟซบุ๊คมีเมทริคที่ใช้วัดผล Brand Campaign อีกสามตัวที่มีประโยชน์และน่าสนใจ กลุ่มเมทริคนี้เรียกว่า Ad Recall Lift ซึ่งจะมีเฉพาะในแคมเปญที่เลือก Objective เป็น Brand Awareness, Video view และ Reach

เฟซบุ๊คอธิบายถึงวิธีการคำนวณค่านี้มาเพื่อแสดงในรีพอร์ทอย่างคร่าวๆ ว่า เป็นการคำนวณจากเวลาที่ถูกใช้ในการดูโพสต์ ซึ่งจากข้อมูลแล้วยิ่งใช้เวลานานมากเท่าไร คนที่เห็นโฆษณาก็จะจดจำแบรนด์ได้มากยิ่งขึ้น ถึงตรงนี้บางคนอาจจะเถียงได้ว่า ต่อให้ดูนานบางทีเรายังจดจำแบรนด์ของโฆษณานั้นไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เราอาจจะจำได้แค่ดาราที่แสดงหรือเนื้อเรื่องดราม่าที่เล่าออกมา ดังนั้นเฟซบุ๊คก็ได้ระบุไว้ว่า Ad Recall Lift เป็นเพียงค่าประมาณการและอาจจะไม่ไ่ด้ถูกต้องแม่นยำ 100 %  Continue reading